[SF] Unexpected Love 7th END

posted on 24 Oct 2014 16:11 by katsukipri in fic
Unxpected Love

 

Status :   Short Fic 7/7

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  PG-15+^^ 
  
"Gosan no Heart" by Chise Ogawa



Note : กลับมาต่อแล้วนะคะ

 

 

 

 

Unexpected%20Love.jpg

 

Unexpected Love

 

 

Unexpected 7th: Spellbound


ตั้งแต่ออกจากโรงแรม เดินผ่านร้านค้า ผับบาร์และผู้คน ตลอดทางระหว่างซึงฮยอนกับจียงมีแต่ความเงียบงัน เงียบสนิทจนทำให้ฝ่ายหลังรู้สึกกระวนกระวาย

 

และนอกจากจะเอาแต่เงียบไม่ว่าจะชวนคุยอะไร ร่างสูงที่เดินนำอยู่ด้านหน้าก็ยังก้าวขายาวๆจ้ำเอาๆจนคนที่เดินกึ่งวิ่งตามอยู่ด้านหลังแทบหายใจไม่ทัน

 

ร่างบางเดินตามจนอบแฮ่ก แต่ชายหนุ่มที่เดินดุ่มๆ อยู่ด้านหน้าก็ไม่มีทีท่าจะยอมผ่อนฝีเท้ารอเขาเลยแม้แต่น้อย

 

“พะ..พี่ซึงฮยอน” จียงร้องเรียกพร้อมกับกัดฟันวิ่งไปข้างหน้า เข้าไปคว้าชายเสื้อคนรักเอาไว้ รั้งให้อีกฝ่ายจำต้องหยุดเดินในที่สุด

 

แม้จะยอมหยุดฝีเท้า แต่ร่างสูงตรงหน้ากลับเอาแต่ยืนนิ่ง ไม่ตอบอะไรกลับเขาไม่ว่า แต่กระทั่งหน้าตาก็ควรจะหันกลับมามองกันบ้าง

 

นี่ไม่คิดจะสนใจกันแล้วจริงๆหรือไง? 

 

จียงรู้สึกร้อนรนและเป็นกังวลกับท่าทางนิ่งๆเงียบๆของซึงฮยอน เพราะรู้ดีว่าตัวการหลักที่ทำให้เรื่องยุ่งๆพวกนี้เกิดขึ้นมาเป็นเพราะตัวเขาเองที่ไม่ยอมฟังคำเตือนของคนรักตั้งแต่แรก แถมยังเข้าใจผิดอีกฝ่ายไปไกล คิดไปเองว่าชายหนุ่มเอาใจออกห่างและไม่ต้องการแนะนำเขาให้คนในครอบครัวรู้จัก ด้วยมันน่าอายที่จะบอกใครต่อใครว่ามีคนรักเป็นเพศเดียวกัน

 

“ขอโทษ...ผมขอโทษที่ไม่เชื่อฟัง” จียงสารภาพเสียงอ่อย พร้อมกับเดินอ้อมไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายคนรัก

 

ดวงตาสองคู่สบประสานกันอยู่หลายวินาที ก่อนจะเป็นจียงเองที่ต้องหลุบตาลงต่ำ ด้วยเขารู้สึกทนต่อไปไม่ได้ที่ต้องถูกอีกฝ่ายจ้องมองด้วยสายตาเย็นชาที่ไร้ประกายความอ่อนโยนเหมือนอย่างเคย

 

จียงยอมรับว่าเขากลัว แต่ร่างบางก็พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเป็นการช่วยให้เขารวบรวมความกล้าได้ง่ายขึ้น และเมื่อใจเริ่มสงบลงเขาก็ช้อนตาขึ้นจงใจมองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน หวังจะใช้ลูกอ้อนง้องอนชายคนรักให้กลับมาเป็นอย่างเดิม

 

“พี่ซึงฮยอน...พี่โกรธผมเหรอ?”

 

ทว่า...สิ่งที่ได้กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

 

“โกรธ”

 

“อะ”

 

เมื่อเสียงทุ้มเรียบๆติดจะเย็นชาตอบกลับมา จียงก็นิ่งงันไปทันใด สีหน้าตกตะลึงก่อนจะกลายเป็นซีดขาวในชั่วพริบตา เขาอธิบายไม่ถูกว่าความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไร รู้แค่ว่าคำเพียงคำเดียวแค่นั้นก็สามารถทำให้ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาเสียดแทงจิตใจ หัวสมองก็ว่างเปล่าซะจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

 

จียงก้มหน้าลงลงอีกครั้งพร้อมกับกัดริมฝีปากตัวเองนิ่ง ความรู้สึกผิดระคนน้อยใจอัดแน่นเต็มหัวใจ

 

ก็รู้ว่าตัวเองผิด แต่เขาก็ยอมขอโทษไปแล้วไง แค่นี้ยังไม่พอใจอีกเหรอ!

 

ความอัดอั้นที่ต้องเผชิญทำให้น้ำอุ่นใสเอ่อคลอรอบดวงตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จียงพยายามแข็งใจอดกลั้นไว้ แต่ประโยคแทงใจดำถัดมาจากปากคนรัก กลับทำให้น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่ฟังเสียง

 

“แค่นี้ก็ร้องไห้แล้ว? เป็นเด็กหรือไงกัน?” ซึงฮยอนเอ่ยเสียงเรียบไม่แพ้หน้าตาที่ดูเฉยชา ก่อนจะประสานสายตากับดวงตาฉ่ำน้ำที่ตวัดขึ้นมามองอย่างกรุ่นโกรธ

 

“ใครร้องไม่ทราบ!” จียงปาดน้ำตาทิ้งพร้อมทั้งเถียงกลับอย่างดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ ความหวั่นไหวระคนน้อยอกน้อยใจที่อัดแน่นมานานระเบิดออกทันทีที่ได้ยินคำพูดเมื่อสักครู่

 

“ใช่สิ! ผมมันเด็กเอาแต่ใจ ผมผิดเองแหละที่ไม่ยอมฟังที่พี่พูด ผมผิดเองแหละที่ไม่ฟังคำเตือน แต่จะให้ทำไงได้ละ! ก็ซึงริบอกว่าจะเล่าเรื่องของพี่ชายให้ผมฟัง ผมก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วสิ! ในเมื่อ..อึก มันเป็นเรื่องของพี่ซึงฮยอนนี่ ผ..ผมก็ต้องอยาก ฮึก...อยากฟังอยู่แล้ว...” ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล ยิ่งพูดก็ยิ่งสะอึกจนประโยคท้ายๆแทบกลืนหายไปกับเสียงสะอื้นของเจ้าตัว

 

“เฮ้อ” ซึงฮยอนถอนหายใจเมื่อร่างบางตรงหน้าเอาแต่ร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนเต็มไปหมดอย่างกับเจ้าตัวย้อนวัยกลับไปเป็นเด็ก โชคดีที่บริเวณที่พวกเขายืนอยู่เป็นถนนสายเล็กห่างจากย่านสถานบันเทิงเริงรมย์ที่พวกเขาเดินผ่านมาก่อนหน้านี้พอสมควร ถึงได้มีผู้คนสัญจรไปมาบางตากว่ากันมาก

 

อา...ไม่ไหวเลยน้าเจ้าเด็กคนนี้ 

 

ซึงฮยอนคิดพลางส่ายหน้า แต่มุมปากกลับปรากฏรอยยิ้ม

 

นี่มัน...จะน่ารักเกินไปแล้ว 

 

ไวเท่าความคิด ร่างสูงก็รั้งไหล่บางที่กำลังสั่นไหวด้วยแรงสะอื้นเข้ามาแนบอกก่อนจะเชยคางอีกฝ่ายขึ้นมาและช่วยเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ

 

“อย่าร้องไห้ไปเลยนะ ที่บอกว่าโกรธน่ะ...พี่โกหก”

 

จียงกะพริบตาปริบๆ มึนงงกับคำสารภาพนั้น ด้วยสมองยังประมวลผลท่าทาง คำพูดและน้ำเสียงที่อยู่ๆก็กลับตาลปัตรจาหน้ามือเป็นหลังมือของชายคนรักไม่ได้

 

เขานิ่งอึ้งอยู่อย่างนั้นไปพักใหญ่ จวบจนซึงฮยอนช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาที่เปื้อนคราบน้ำมูกน้ำตาจนแล้วเสร็จ คนที่พูดไม่ออกไปนานสองนานถึงเค้นเสียงพูดออกมาได้

 

“สรุป..พี่..ไม่ได้โกรธผม?”

 

“อืม ไม่ได้โกรธหรอก โล่งใจด้วยซ้ำที่นายปลอดภัยดี”

 

สิ้นสุดประโยคนั้นจียงก็ไม่รู้จะโกรธ จะร้องไห้ หรือควรจะดีใจ อารมณ์สับสนวุ่นวายทำให้น้ำตาพาลไหลลงมาอีกรอบ

 

“บ้าเอ๊ย! ..ไอ้คนโกหก! ไอ้คนหลอกลวง! ไอ้คนขี้แกล้ง! ไอ้บ้า! บ้าๆๆ”

 

“อ่า.. พี่ขอโทษนะครับ พี่ขอโทษ” ซึงฮยอนไม่ถือโทษโกรธเคืองที่ถูกด่า แม้จียงจะแถมกำปั้นทุบลงมาแต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย

 

คิดซะว่าเป็นการไถ่โทษให้ก็แล้วกัน เพราะเมื่อสักครู่นี้เขาแกล้งทำเป็นเฉยชาใส่ก็เพื่อต้องการทำโทษเด็กดื้อไม่เชื่อฟังให้หลาบจำ และก็เป็นเหตุให้เ