[SF] Unexpected Love 5th

posted on 27 Sep 2014 18:02 by katsukipri in fic
Unxpected Love

 

Status :   Short Fic 5

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  PG-18+^^ 
  
"Gosan no Heart" by Chise Ogawa



Note : กลับมาต่อนะคะ หายไปนานมากกกกก ได้โปรดอภัย TUT

 

 

 

 

Unexpected%20Love.jpg

 

Unexpected Love

 

 

 

 

Unexpected 5th: You are Mine

 

มีคนเคยบอกว่า หลังจากมีอะไรกันกับคนรักแล้วผู้หญิงมักจะดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา แต่เขาคิดว่าในกรณีของผู้ชายบางคนก็คงจะคล้ายๆกัน แถมบางคนที่ว่านั้นยังไม่ใช่แค่ดูสวยขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังดู อืม...ดูเย้ายวนแถมยังเซ็กซี่ขึ้นอีกต่างหาก

 

ชเวซึงฮยอนคิดอย่างนั้นขณะมอง ’ควอนจียง’ ซึ่งเป็นคนรักของตัวเองนั่งเท้าคางเหม่อมองดอกไม้ใบหญ้าขณะรอเขาเลิกเรียนอยู่ตรงม้าหินอ่อนหน้าตึกเรียนภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ที่เขาเพิ่งเดินออกมา และก็เหมือนว่าฝ่ายนั้นจะรู้สึกได้ว่ากำลังถูกเขามองอยู่ หรือไม่ก็คงเห็นว่าเขากำลังเดินเข้าไปใกล้ ใบหน้าเรียวสวยถึงได้หันมองมาพร้อมกับหรี่ตาลง

 

“มองอะไรอะ...ทะลึ่ง”

 

สิ้นสุดคำพูดนั้น  คนที่ถูกหาว่าทะลึ่งก็ยกเอกสารประการเรียนปึกหนาขึ้นเคาะลงไปบนศีรษะคนพูดไม่แรงแต่ก็ไม่เบานัก และเป็นเหตุให้ร่างบางต้องร้องโอดโอยออกมา

 

“เจ็บนะ! พี่ตีผมทำไมอ้ะ!” จียงคลำหัวตัวเองป้อยๆพร้อมกับตวัดสายตากึ่งงอนกึ่งตัดพ้อขึ้นมองร่างสูงที่มายืนค้ำหัวทำตัวทะมึนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด

 

“ก็นายน่ะสิ กระดุมสองเม็ดบนทำไมไม่รู้จักติดให้มันเรียบร้อย ดูดิ๊! เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย!” ซึงฮยอนบ่นอย่างไม่พอใจ และก็ยิ่งไม่พอใจหนักเข้าไปใหญ่เมื่ออีกฝ่ายย่นคิ้วย่นจมูกคล้ายจะไม่เข้าใจและไม่ตระหนักถึงความสำคัญในสิ่งที่เขาพูด

 

“ก็มันร้อนนี่ แล้วแค่นี้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” จียงยักไหล่และทำท่าจะลุกขึ้นสะพายกระเป๋าเตรียมจะกลับบ้าน เห็นดังนั้นซึงฮยอนก็รีบกดไหล่เล็กให้กลับลงไปนั่งใหม่ จากนั้นมือใหญ่ก็คว้าคอเสื้อนักศึกษาของคนที่เอาแต่ทำหน้ามึนกระพริบตาปริบๆใส่เขาขึ้นมาเพื่อกลัดกระดุมติดเข้าไปให้เรียบร้อยซะเอง

 

“จริงจังเกินไปแล้วมั้ง พี่น่ะ” จียงบ่นคืนบ้าง และในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวอย่างขะมักเขม่นของปลายนิ้วเย็นๆตรงหน้าอก “อ๊ะนี่! พี่อย่าโดนตัวผมนักสิ เดี๋ยวผมเกิดอารมณ์ขึ้นมาตอนนี้พี่ก็มาว่าผมอีก”

 

“นายนี่นะ มันใช่เรื่องที่จะเอามาพูดกันแถวนี้ไหมเนี่ย เฮ้อ...” ซึงฮยอนรีบปล่อยมือจากคอเสื้ออีกฝ่ายทันทีที่ติดกระดุมเสร็จพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างละเหี่ยใจ

 

ด้วยความที่ ‘ควอนจียง’ ซึ่งเป็นคนรักของเขาคนนี้มีนิสัยมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ออกแนวเอาแต่ใจด้วยซ้ำ เจ้าตัวไม่ค่อยแคร์อะไรหรือใครหากว่านั่นเป็นความชอบหรือความต้องการของตัวเอง โดยเฉพาะความต้องการในเรื่องอย่างว่า กรณีนี้คนรักของเขาจะตรงไปตรงมาเป็นพิเศษ แล้วก็ไม่เคยอายที่จะแสดงความต้องการออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว   ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือเวลาใดก็ตาม เป็นเหตุให้เขารู้สึกอ่อนอกอ่อนใจได้ทุกครั้งไป

 

และถึงแม้ว่าตั้งแต่ตอนที่พวกเขาตกลงคบกันอย่างจริงจัง นิสัยมั่วผู้หญิงของจียงจะลดน้อยถอยลง  แถมพอเจอบทลงโทษจากเขาไปเมื่อคราวก่อนจียงก็ไม่ได้ไปยุ่งกับใครที่ไหนอีก ทำให้เขาเบาใจไปได้เยอะ ทว่า...

 

หืม? 

 

ชั่วขณะนั้นซึงฮยอนรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองตรงมาที่เขากับจียงนั่งอยู่ ใบหน้าคมจึงหันมองไปตามทิศทางที่รู้สึกได้นั้น แต่พอหันไปแล้วเขาก็ไม่อาจระบุได้ว่าสายตาเมื่อครู่นี้เป็นของใคร เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงเวลาเลิกคลาสเรียนของหลายๆวิชาพอดี ที่ทางแถวนี้จึงมีคนยืนและเดินกันอยู่หลายต่อหลายคนจนยากที่จะแยกแยะได้

 

เพ่งมองอยู่สักครู่ พอเห็นว่าคงไม่อาจระบุตัวตนเจ้าของสายตาเมื่อครู่นี้ได้แน่นอน ซึงฮยอนจึงตัดสินใจถอดเสื้อนอกของตัวเองออกแล้วจับคลุมลงไปที่ไหล่บางของคนรักทันที

 

“เอ๊ะ!? อะไรเนี่ย!”

 

“ใส่ไปเหอะน่า!” ว่าแล้วซึงฮยอนก็จับจียงที่ทำท่าจะดึงเสื้อคลุมออกให้ใส่กลับเข้าไปใหม่พร้อมกับบังคับติดกระดุมรูดซิปให้อย่างเรียบร้อย

 

“ร้อนนะ!”

 

“น่า เดี๋ยวพาไปกินไอติม”

 

จียงที่ทำท่าจะบ่นอย่างไม่พอใจที่ถูกบังคับให้ใส่เสื้อนอกอีกชั้นทั้งๆที่ไม่อยากใส่ชะงักทันทีที่ได้ยินดังนั้น

 

“จริงอะ แล้วเลี้ยงปะ?”

 

ซึงฮยอนเหล่มองคนถามพร้อมขยับรอยยิ้มที่เหมือนยิ้มไม่ออกตรงริมฝีปาก ก่อนจะถามกลับไปอย่างเหลือใจ

 

“แล้วเคยไม่เลี้ยงด้วยเหรอ?”

 

เมื่อได้ยินอย่างนั้น รอยยิ้มน่ารักชวนมองก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวยทันทีทันใด

 

“พี่ซึงฮยอนน่ารักที่สุดเล้ย!” ไวเท่าคำพูด จียงก็กระโดดเกาะหมับเข้าที่แขนของคนรัก ซึ่งซึงฮยอนก็รีบใช้แขนสอดรับอีกฝ่ายเข้ามาก่อนจะโอบเอวบางเข้ามาชิดกายมากขึ้น

 

“กลับกันเถอะ” เมื่อซึงฮยอนเอ่ยชวน จียงที่ยังอารมณ์ดีไม่หายก็รับคำด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางไปจากใบหน้า

 

“อื้ม~ กลับกัน”

 

เมื่อตกลงกันได้ ร่างสูงก็โอบเอวคนรักเดินออกไปแต่กระนั้นก็ยังไม่วายเหลือบตากลับไปมองทางหน้าตึกเรียนอีกครั้ง แม้จะยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนใช้สายตาที่เหมือนสนใจกึ่งท้าทายมองมาเมื่อครู่นี้กันแน่ แต่ซึงฮยอนก็มั่นใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกไปเอง

 

เพราะที่เขารู้และเห็นมา จียงคนรักของเขาเป็นคนที่ป็อปปูล่ามาตั้งแต่เข้ามาเรียนปีหนึ่ง สมัยนั้นมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายมาหลงชอบมากมาย แต่ด้วยนิสัยที่ชอบมั่วผู้หญิงไม่เลือก ทำให้ผู้ชายที่เคยให้ความสนใจค่อยๆเปลี่ยนทัศนคติไป บ้างก็หันไปสร้างมิตรภาพเป็นเพื่อนแทน บ้างก็เลิกชอบ บ้างก็เก็บตัวไม่แสดงออก หลบมุมไปชื่นชมกันอยู่ห่างๆ แต่ตอนนี้ตั้งแต่ที่จียงมาคบกับเขา ดูเหมือนจะเป็นการไปปลุกเร้าเจ้าพวกนั้นขึ้นมาใหม่ พอคนเหล่านั้นเห็นว่าจียงเปลี่ยนจากผู้หญิงมาคบผู้ชาย และสามารถมีอะไรกับเพศเดียวกันได้ด้วย ผู้ชายที่เคยได้แต่แอบมองแอบสนใจอยู่ในมุมมืดก็เริ่มแสดงตัวออกมา แถมนับวันเจ้าพวกนี้ยังเพิ่มจำนวนขึ้นอีกต่างหาก

 

ดังนั้น ซึงฮยอนจึงไม่สบายใจ ความรู้สึกระแวดระวังภัยลุกฮือขึ้นมา

 

อ๊ะ! แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ว่าเรื่องที่เขากังวลใจอยู่นี้จะมาจากการที่เขากลัวว่าจียงจะถูกใครแย่งไปหรอกนะ เพราะถึงจะมีชายอื่นมารุมชอบจียงมากมายแค่ไหน แต่เขาค่อนข้างมั่นใจในตัวเองพอสมควรว่าเขามีดีมากพอที่จะไม่ทำให้คนรักของเขาเปลี่ยนใจไปหาคนใหม่ อย่างไรควอนจียงก็จะยังคงเป็นคนของชเวซึงฮยอนอยู่วันยันค่ำและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

 

แต่ที่สัญชาตญาณความหวงแหนของเขาถูกปลุกขึ้นมาก็เพราะความหละหลวมของจียงต่างหาก เพราะเจ้าเด็กน้อยของเขาไม่ได้รู้สึกถึงตัวตนของพวกผู้ชายที่กำลังจะเข้ามากล้ำกลายเจ้าตัวเลยสักนิด ดังนั้น จียงถึงได้เผลอปล่อยเนื้อปล่อยตัว เปิดโอกาสให้คนนั้นคนนี้มาใช้สายตาแทะโลมอยู่ได้ เป็นเหตุให้เขาไม่พอใจอยู่อย่างนี้

 

“นี่! นี่พี่ซึงฮยอนฟังผมอยู่ปะเนี่ย!”

 

“หื๊อ!?”

 

ด้วยความที่มัวแต่คิดพะวักพะวงถึงเรื่องที่ผ่านมา ซึงฮยอนถึงไม่ทันได้ฟังว่าคนรักที่กำลังเดินอยู่ข้างกายพูดว่าอะไร

 

“นายว่าอะไรนะจียง?” ซึงฮยอนถามซ้ำในขณะที่จียงหน้างอ

 

“สรุปว่าไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยสินะ”

 

“อะ” 

 

“พี่ซึงฮยอนไม่สนใจผมเลย!”

 

“เออะ”

 

“หึ!”

 

เห็นคนรักสะบัดหน้าพรืดหนีไปอย่างงอนๆซึงฮยอนก็ได้เเต่ส่ายหน้าขำๆพลางอมยิ้ม

 

“พี่ขอโทษ เมื่อกี้พี่ไม่ทันได้ฟัง จียงบอกกับพี่ใหม่อีกครั้งได้ไหม?”

 

“...”

 

เห็นคนข้างๆยังเอาเเต่เงียบ ร่างสูงจึงงัดไม้ตายมาใช้

 

“วันนี้มีร้านไอติมเปิดใหม่อยู่ตรงหน้าสถานีนี่นา เห็นเขาว่ามีเมนูไอติมผัดด้วยนะ”

 

“เอ๊ะ! จริงเหรอ พี่ซึงฮยอนพาผมไปหน่อยสิ!” เเละเเล้วปลาก็ติดเหยื่อ คนตกปลาอย่างซึงฮยอนเลยคลี่ยิ้มรับ อย่างว่าละนะ เด็กอย่างไรก็เป็นเด็กวันยันค่ำ ซึ่งเด็กไม่รู้จักโตอย่างจียงก็ไม่สามารถรอดพ้นความเย้ายวนใจของขนมหวาน

ไปได้หรอก ซึงฮยอนโคตรจะมั่นใจ

 

“ได้สิ  พี่ก็กะว่าจะพานายไปอยู่เเล้ว  ว่าเเต่ก่อนหน้านี้จียงบอกอะไรกับพี่นะ?”

 

“ผมบอกว่า คืนนี้ผมจะไปค้างกับพี่นะ ผมอยากเล่นเกมที่ค้างไว้เมื่อวันก่อนอะ” จียงบอกหน้าระรื่นเหมือนไม่เคยมีเรื่องเกี่ยงงอนกันมาก่อนหน้านี้สักนิด เเละนิสัยโกรธง่ายหายเร็วนี่ก็เป็นอีกข้อที่ทำให้เจ้าตัวน่ารักนักในสายตาของคนรักร่างสูงที่คอยเฝ้ามอง และก็อดใจไม่ได้ ซึงฮยอนจึงต้องยกเเขนขึ้นโอบไหล่พร้อมกับลูบผมนุ่มสลวยนั้นอย่างเอ็นดู

 

“จะค้างก็ได้ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก ว่าเเต่นายบอกที่บ้านเเล้วใช่ไหมว่าคืนนี้จะมาอยู่กับพี่”

 

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ผมเคยบอกเเม่เเล้วว่าถ้าผมไม่กลับบ้านก็เเสดงว่าไปอยู่กับพี่ซึงฮยอนนั่นเเหละ เเล้วถ้าเเม่เป็นห่วงก็ให้โทรเช็กกับลูกเขยเเม่เอาเองสิ  ชิ!” พูดไปแล้วจียงก็อดยู่หน้าแสดงความหมันไส้คนที่ถูกแม่ของเขาเรียกว่าลูกเขยอย่างปลื้มอกปลื้มใจไม่ได้ ไม่รู้ทำไมแม่ถึงได้มั่นอกมั่นใจนักว่าตัวเองจะได้ลูกเขยเข้าบ้านแทนลูกสะใภ้ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกชาย แม่จะมามั่นใจทำไม แล้วเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นใบหน้าระรื่นของคนที่ยืนอยู่ข้างๆกันแล้วจียงก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้าเล็กๆแกมคันยุบยิบที่ใจอย่างไรไม่รู้

 

ในขณะที่ซึงฮยอนเอาแต่หัวเราะชอบใจ เมื่อหวนไปนึกถึงช่วงที่เขาเข้าไปแนะนำตัวกับครอบครัวของคนรัก แม้ทางฝั่งพ่อของจียงจะยังตั้งแง่ใส่เขาอยู่บ้าง แต่ฝั่งแม่ของจียงหลังจากแสดงอาการตกใจต่อการปรากฏตัวของเขาในตอนแรก แต่ต่อมาก็กลับยอมรับตัวเขาในฐานนะคนรักของลูกชายตัว